อย่าเก่งแต่ปาก

posted on 04 Mar 2011 19:42 by teenthailand
คนกลุ่มหนึ่งสร้างแต่ความเดือดร้อนแตกแยก
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
เพียงเพราะสนองความต้องการและผลประโยชน์ของคนไม่กี่คน
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ที่ใช้เพียงลมปากเท่านั่นประกาศว่าตัวเอง
 
 
รักชาติท่ามกลางซากปรักหักพังของบ้านเมือง
 
 
 
 

โดยใช้ประเทศมาอ้าง
 
 
 

มีหน้าที่คือสร้างความแตกแยกและเผา ทำลายประเทศ
 
 
 

ใครแตะนิดโดยหน่อยก็โวยวายโดยใช้คำว่า"ประชาชน"มาอ้าง
 
 
 

 

 

 

 

 

 

 

คนอีกกลุ่มหนึ่งไม่ได้แสดงอาการแบบ
 
 
 
อย่างแรกแต่เขาเสียสละรักษาอธิปไตยของประเทศชาติ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ยอมเสียเลือดเนื้อ บาดเจ็บพิการไปไม่รู้เท่าไหร่
 
 
 
 เพื่อที่จะรักษาประเทศไว้ไม่ให้ใครมาทำลาย
 
 
 
 

 
 
 
 
 
 
ที่ทำไปทั้งหมดก็เพื่อความสงบสุขและประโยชน์ของทุคนในชาติ
 
 
 
 

เพื่อปกป้องประชาชนและนำความสงบสุขกลับคืนมา
 
 
 
 

 
 
 
 
 
แม้จะต้องพรากจากคนรักก็ตาม
 
 
 

กับคนอีกกลุ่มเอาแต่กินนอนรับเงิน
 
 
 
 

เผาประเทศ
 
 
 
 

ทำลายเมือง
 
 
 
 
 

ส้รางความแตกแยก
 
 
 
 

เพื่อคนบางคนเท่านั่น
 
 
 
 

ครอบครัวทักษิณ ครอบครัวนี้เค้ามีความสุขกันดีเนาะ อบอุ๊น อบอุ่น

 

 

 

 

 

 

ถ้าพวกนายรักชาติจริง

 

 

 

 


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อย่าเก่งแต่ปาก

 

 

 

 

 

อย่าดีแต่ตั้งแก๊งอยู่ในเมือง

 

 

 

 


 

อย่าดีแต่ไปก่อม๊อบเผาทำลายประเทศ

 

 

 

 

 

กล้าลองไปทำหน้าที่และ

 

 

 

 


เสียสละแบบพวกเขาไหม

 

 

 

 

 

 

 

ขอแค่1หรือ2วันก็พอ

 

 

 

 

 

อย่าดีแต่ปาก

 

อย่าเอาประเทศมาล้อเล่น

 

อย่าเอาธงชาติมาโบกพร่ำเพรื่อ

 

ถ้าพวกนายแน่จริง!!

 

edit @ 4 Mar 2011 21:28:55 by โลกส่วนตัวของชายคนหนึ่ง

edit @ 7 Mar 2011 18:09:22 by โลกส่วนตัวของชายคนหนึ่ง

เมื่อตอนเด็กผมได้ยินเรื่องเล่าเรื่องนี้มามันเป็นเรื่องเล่าที่ยังตรึงติดตาจิตใจของผม
 
ตลอดมาแม้ระยะเวลาที่ได้ยินเรื่องนี้มันจะผ่านมานานแล้วก็ตาม
 
ผมได้ยินเรื่องเล่านี้จากรายการหนึ่งทางทีวีซึ่งทุกคนในเรื่องนี้
 
มีตัวตนอยู่จริงๆเพียงแต่ผมแค่จำชื่อพวกเขาไม่ได้แค่นั่นเอง
 
ตอนนี้หลายๆคนคงเริ่มอยากรู้แล้วว่ามันเป็นเกี่ยวกับเรื่องอะไร
 
 
ในเรื่องนี้ผมจะพาคุณย้อนเวลาเข้าไปในยุคสงครามโลกครั้งที่1
 
 
ยุคแห่งความโรแมนติก การต่อสู้ และเปลี่ยนแปลง
 
 
 
 
ณ กรุงลอนดอนประเทศอังกฤษ
 
 
ในครอบครัวอัีนแสนอบอุ่นครอบครัวหนึ่งอาศัยกันอย่างมีความสุข
 
 
สามีกำลังจัดเตรียมของบางอย่างในลูกในท้องของภรรยาที่กำลังจะคลอด
 
 
ภรรยาเดินเข้ามากอดสามีทั้งคู่ยิ้มให้กันอย่างอบอุ่น
 
 
"ที่รักเก็บอะไรไว้ให้ลูกหรอค๊ะ"
 
ภรรยาถาม
 
"รอให้ลูกของเรามาเปิดเองดีกว่าจ๊ะ"
 
สามีตอบ
 
ภรรยาก็ไม่ถามอะไรต่อเธอเข้าใจความรู้สึกของสามีดี
 
แต่หารู้ไม่ว่าเจ้ากล่องนี้จะเป็นตำนานรักชัวร์นิรันด์
 
ต่อมาประเทศอังกฤษได้ร่วมในสงครามโลกครั้งที่1
 
ชายที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงถูกเกณไปเพื่อออกรบ
 
หนึ่งในนั้นก็คือชายผู้รักครอบครัวและแสนอบอุ่นผู้นี้นี่เอง
 
เขาได้ร่ำลากับภรรยาและสัญญาว่าหากรอดชีวิตกลับมา
 
เขาจะกลับมาหาเธอ......
 
เขาถูกพาขึ้นเรือเพื่อเดินทางไปสู่สนามรบหรือแดนประหารดีๆนี่เอง
 

 
แต่หากในแววตาเขาหาความกลัวไม่ด้วยจิตใจอันรักชาติอย่างเต็มเปี่ยม
 
เขาเก็บกุญแจที่เปิดหีบของขวัญลูกสาวเขาไว้กับตัวเสมอ
 
เหมือนว่าเขาจะรู้ว่าเขาอาจจะไม่ได้กลับมา
 
ชายผู้นั้นได้เขียนจดหมายบรรยายถึงความรัก
 
ของเขาที่มีต่อทารกน้อยที่อยู่ในท้องของคนรักของเขา
 
เป็นความรู้สึกถึงความรักและผูกพันธ์ สายใยระหว่างพ่อกับลูกน้อยในท้อง
 
ถึงแม้ว่าเขาจะไม่เคยเห็นหน้าเจ้าตัวน้อยมาก่อนก็ตาม เขาได้หยอดกุญแจ
 
และจดหมายของเขาใส่ไว้ในขวดแก้วเก่าๆใบหนึ่งปิดฝามันจนแน่น
 
พร้อมปาออกไปสู่กลางทะเลด้วยใจอธิฐานอันแรงกล้าและความรักอันยิ่งใหญ่
 
เขาได้ขอให้พระเจ้านำขวดใบนี้ไปให้ลูกของเขาได้อย่างปลอดภัย
 
เมื่อไปถึงสนามรบชายผู้นี้ก็ไม่ได้กลับมาอีกเลย
 
"เพราะเขานั่นได้ตายในสนามรบไปแล้ว"
 
เมื่อภรรยาได้ทราบข่าวเธอเธอโศกเศร้าเสียใจเป็นอย่างมาก
 
นอนร้องไห้อย่างโศกเศร้าเสียใจเธอไม่ต้องการอะไรนอกจากเพียงให้เขา
 
กลับมาเท่านั่นเพื่อเริ่มชีวิตครอบครัวที่อบอุ่นพร้อมหน้ากัน3 พ่อ แม่  ลูก
 
และอยู่ด้วยกันไปจนสิ้นลมหายใจแต่หากฝันนั้นได้ล่มสลายไปแล้ว
 
ต่อมาหญิงสาวผู้โดดเดี่ยวเธอได้คลอดลูกออกมาเป็นลูกสาว
 
เด็กสาวที่มีหน้าตาน่ารัก และดูมีเสน่เหมือนชายคนหนึ่งที่เธอรักมากที่สุด
 
หากแต่ีชายผู้นั่นไม่ได้อยู่เคียงข้างเธอแล้วในวันนี้ ถึงแม้จะมีผู้คนมากมาย
 
หลายตาเข้ามาหาชายหนุ่มที่เลิศเลอเพียงใด เธอก็ไม่หมายปองเพราะคนที่เธอรักที่สุดนั้น
 
คือชายที่แสนอบอุ่นผู้รักครอบครัวคนเดียวของเธอที่แม้กายได้สลายไปแต่หากใจของทั้งสอง
 
ยังตรึงตราผูกพันธ์มิเคยห่าง
 
"เธอเลือกที่จะอยู่คนเดียวไปทั้งชีวิตกับลูกสาวของเธอโดยไม่เหลียวใครอีกเลย"
 
เด็กสาวได้โตขึ้นมีช่วงเวลาอันแสนสุข และสุดเศร้า เป็นเด็กสาวที่ควรจะมีความสุข
 
หากผู้เป็นพ่อของเธอยังอยู่ เธอและแม่ของเธอคงได้นั่งกินข้าวด้วยกันและมีความสุขด้วยกัน
 
ตามภาษาครอบครัวธรรมดาๆที่แสนอบอุ่นเธอปวดร้าวทุกครั้งที่เห็นครอบครัวที่พร้อมหน้ามี
 
พ่อ แม่ ลูก
family

เมื่อกาลเวลาได้ผ่านไปเด็กสาวผู้นี้ก็เริ่มแก่ตัวลงผู้เป็นมารดาของ
 
เธอได้จากไปอย่างไม่มีวันกลัีบ โดยไม่ลืมที่จะรักสาศสัญญาที่ให้ไว้กกับคนรักของเธอว่า
 
จะรักกันชั่วนิรันดร์
 
อยู่มาวันหนึ่งมีชายผู้หนึ่งเดินเข้ามาเคาะประตูบ้านของเธอ
 
เธอเปิดประตูชายผู้นั้นเดินเข้ามาพร้อมขวดเก่าๆที่มีไคร้
 
ติดเต็มไปหมดเขาถามชื่อของเธอ
 
และบอกว่าเขาไปเจอขวดใบนี้โดยบังเอิญมันได้ล่องลอย
 
อยู่ในทะเลมาเป็นเวลา80กว่าปีโดย ไม่แตก ไม่ร้าว ไม่เสียหาย และไม่ถูกเก็บไปทิ้ง
 
ขวดใบนั่นยังคงสภาพเดิมทุกอย่างมีเพียงตะไคร้น้ำติดเท่านั่น
 
เขาได้เปิดมันออกข้างในมีข้อความที่พ่อเธอเขียนไว้พร้อมกุญแจ


 
เขาได้เขียนบรรยายความรักของเขาทั้งหมดที่มีต่อทารกตัวน้อยเมื่อ80กว่าปีที่แล้ว
 
เป็นความรักอันยิ่งใหญ่ที่พ่อคนหนึ่งมีต่อลูก พร้อมกุญแจดอกหนึ่งที่มีไว้สำหรับ
 
ไขหีบที่ไม่เคยถูกเปิดมาก่อนเลยเป็นระยะเวลา80กว่าปีทุกอย่างยังคงเดิมเหมือน
 
มีใครต้องการให้มันเป็นอย่างงั้น เธอได้ไขหีบออกมาอย่า่งช้าๆ
 
ข้างในหีบนั่นเต็มไปด้วยของกุ๊กกิ๊กสำหรัีบเด็ก ไม่ว่าจะเป็นตุ๊กตาตัวน้อย
 
ผ้าพันคอที่แสนอบอุ่น เสื้อผ้าของเด็ก สร้อยคอและเครื่องประดับที่งดงามวิจิตร
 
ทุกอย่างในนั้นไม่มีแม้แต่ฝุ่นที่เข้ามาจับแม้แต่นิดเดียว
 
พ่อเธอได้เขียนไว้อีกว่าถ้าเป็นลูกสาวให้ตั้งชื่อว่าแอลมีลี่
 
ซึ่งตรงกับชื่อของเธอและแม่เธอได้ตั้งชื่อเธอไว้ว่าแอลมีลี่
 
ทั้งๆที่ไม่ได้เปิดหีบมาก่อน
 
เธอได้ร้องไห้น้ำตาไหลพรั่งพรูออกมา
 
ถึงแม้ว่าของพวกนี้เธอจะใช้มันไม่ได้แล้วก็ตาม
 
ถึงแม้ว่าของพวกนี้จะไม่ใช่เงินทองอันมากมาย
 
แต่หากว่ามันคือสิ่งของที่ชายธรรมดาๆผู้หนึ่งเก็บ
 
ไว้อย่างดีเพื่อที่เขาจะแสดงความรักให้ลูกตัวน้อยของเขา
 
เป็นของขวัญที่ออกมาจากใจจากใจของผู้เป็นพ่อที่ผู้ชายธรรมดาๆ
 
คนหนึ่งจะทำให้ด็กทารกน้อยได้
 
และทุกอย่างยังอยู่ในสภาพเดิมที่สมบูรณ์
 
เหมือนเมื่อ80กว่าปีที่แล้ว
 
เป็นความรักอันบริสุทธิ์และยิ่งใหญ่ที่ผู้เป็นพ่อมีให้
 
เป็นไปได้อย่างไรที่ขวดแก้วในหนึ่งจะลอยอยู่ท่ามกลางทะเล
 
และคลื่นยักษ์โดยไม่แตกหรือเสียหายเลย
 
มา80กว่าปีถ้าไม่ใช่เพราะแรงอธิฐานอันแรงกล้าของชายผู้หนึ่ง
 
หรือมันแค่บังเอิญเท่านั่น
 
แต่ไม่ว่าอะไรก็ช่างขวดใบนั่นก็ได้กลับมาหาเจ้าของที่แท้จริงแล้ว
 
และมันจะเป็นตำนานรักจากสงครามโลกครั้งที่1ที่ตรึงติดตราหัวใจของเธอ
 
ไปตลอดกาล...

 
ป.ล.หากใครที่ต้องการกอปไปอย่าลืมให้เครดิตเจ้าของบล็อกนะครับเพื่อเป็นกำลังใจ^^

edit @ 1 Mar 2011 04:58:59 by โลกส่วนตัวของชายคนหนึ่ง

edit @ 1 Mar 2011 14:57:36 by โลกส่วนตัวของชายคนหนึ่ง

edit @ 2 Mar 2011 19:18:53 by โลกส่วนตัวของชายคนหนึ่ง

วิธีตรวจความบริสุทธิ์ของผู้ชาย

เด็กสาวที่แสนจะเรียบร้อยและเป็นคนตรงอย่างเด็ดขาด

กำลังจะเดินทางไปเมืองใหญ่....ก่อนเดินทาง

มารดาได้ให้คำแนะนำบางอย่างเกี่ยวกับวิธีพิจารณาชายหนุ่มคนที่คู่ควรจะแต่งงานด้วย ว่าจงทำตามคำแนะนำต่อไปนี้ คือต้องเป็นผู้ชายที่
1. ไว้ใจได้

2.ไม่ฟุ่มเฟือย

3.และต้องเป็นหนุ่มที่ยังคงความ "บริสุทธิ์"

เด็กสาวจดจำคำแนะนำติดตัวไป

สองสามเดือนต่อมา...

เด็กสาวเดินทางกลับบ้านเพื่อขอให้มารดาอวยพรสำหรับงานแต่งงาน

"แม่คะ..หนูพบผู้ชายที่เหมาะสมตามคำแนะนำของแม่เปี๊ยบเชียวค่ะ "

"สามี ในอนาคตของหนูเป็นคนที่ไว้ใจได้ เพราะเมื่อเราออกไปเที่ยววันหยุดด้วยกันวันหนึ่ง เขาเอาใจใส่หนูดีมาก ไม่วอกแวกเลย ถึงแม้จะมีผู้หญิงหน้าตาสะสวยมากมายแถวนั้นถือว่าไว้ใจได้ ใช่ไหมคะ"

มารดาก้มศีรษะเห็นด้วย

"จาก นั้น เนื่องจากเราเที่ยวกันดึกไปหน่อย แล้วฝนก็เริ่มตกหนัก เขาเลยตัดสินใจพักค้างคืนที่โรงแรม เขายังแนะนำด้วยว่า...เพื่อไม่ต้องใช้จ่ายเงินให้มากเกินไปเราควรใช้ห้อง ร่วมกันจะดีกว่า...เขาไม่ใช่คนฟุ่มเฟือยเลยใช่ไหมคะ"

เป็นครั้งที่สองที่มารดาก้มศีรษะเห็นด้วย แต่มีแววเอะใจเล็กน้อย

"และในที่สุดค่ะแม่ หนูก็รู้ว่าเขาบริสุทธิ์"

"หนูรู้ได้อย่างไรจ้ะว่าเขายังบริสุทธิ์อยู่" มารดาถามเร็วปรื๊อ

"ก็สิ่งนั้นของเขาใหม่มากเลยค่ะ ยังห่ออยู่ในถุงพลาสติกเรียบร้อย